<?xml version='1.0' encoding='UTF-8'?><?xml-stylesheet href="http://www.blogger.com/styles/atom.css" type="text/css"?><feed xmlns='http://www.w3.org/2005/Atom' xmlns:openSearch='http://a9.com/-/spec/opensearchrss/1.0/' xmlns:georss='http://www.georss.org/georss' xmlns:gd='http://schemas.google.com/g/2005' xmlns:thr='http://purl.org/syndication/thread/1.0'><id>tag:blogger.com,1999:blog-6476446761720621779</id><updated>2012-01-31T13:39:30.943+07:00</updated><category term='นวดปู่คาด'/><title type='text'>"ตูบกาด"..ร้านของชำบ้านนอก</title><subtitle type='html'></subtitle><link rel='http://schemas.google.com/g/2005#feed' type='application/atom+xml' href='http://tubgard.blogspot.com/feeds/posts/default'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/6476446761720621779/posts/default?max-results=100'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://tubgard.blogspot.com/'/><link rel='hub' href='http://pubsubhubbub.appspot.com/'/><author><name>VD</name><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='32' height='23' src='http://1.bp.blogspot.com/_C6NGRwMcnws/SiY0UEKQ_II/AAAAAAAAAow/ZLr1CzrS3Jc/S220/funphotobox310937mcfwwp.jpg'/></author><generator version='7.00' uri='http://www.blogger.com'>Blogger</generator><openSearch:totalResults>5</openSearch:totalResults><openSearch:startIndex>1</openSearch:startIndex><openSearch:itemsPerPage>100</openSearch:itemsPerPage><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-6476446761720621779.post-4620906624725900096</id><published>2010-06-17T13:43:00.000+07:00</published><updated>2010-06-17T13:43:14.449+07:00</updated><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='นวดปู่คาด'/><title type='text'>นวดปู่คาด</title><content type='html'>&lt;div class="separator" style="clear: both; text-align: center;"&gt;&lt;a href="http://2.bp.blogspot.com/_C6NGRwMcnws/TBm5x0WXoZI/AAAAAAAAAvg/0ap0UgC0Cs4/s1600/%E0%B8%99%E0%B8%A7%E0%B8%94%E0%B8%9B%E0%B8%B9%E0%B9%88%E0%B8%84%E0%B8%B2%E0%B8%94.jpg" imageanchor="1" style="margin-left: 1em; margin-right: 1em;"&gt;&lt;img border="0" height="185" src="http://2.bp.blogspot.com/_C6NGRwMcnws/TBm5x0WXoZI/AAAAAAAAAvg/0ap0UgC0Cs4/s200/%E0%B8%99%E0%B8%A7%E0%B8%94%E0%B8%9B%E0%B8%B9%E0%B9%88%E0%B8%84%E0%B8%B2%E0%B8%94.jpg" width="200" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;/div&gt;นวดปู่คาดคือของดีอีำกอย่างหนึ่งที่คนเชียงใหม่รู้จักกันดี และตูบกาดทุกแห่งจะขาดเสียไม่ได้ต้องมีติดร้านเอาไว้ แม้นวันเวลาจะล่วงเลยผ่านไป ในตลาดและร้านค้าอันทันสมัยจะมีลิปมัน ยาทาแก้เมื่อย ยาหม่องทาแก้พิษสัตว์กัดต่อย และครีมบำรุงผิว ยี่ห้อต่างๆ หลั่งไหลเข้ามาขายกันเกร่อจนไม่รู้ยี่ห้อไหนเป็นยี่ห้อไหน จดจำกันไม่หวาดไม่ไหว แต่พวกเราจะจดจำนวดปูห้คาดกันได้เสมอ เพราะเป็นของคู่บ้าน เวลา่โดนเขกหัวจนโนปูดปู๊ด พ่ออุ๊ยแม่อุ๊ย ลุงป้าน้าอาก็จะเอิ้นบอกลูกหลานให้ไปเอานวดปู่คาดในเชี่ยนหมาก หรือบนหิ้งพระมาทามาโท( โทคือภาษาเหนือแปลว่าทา บางทีใช้คู่กันว่า ทาโท)&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;นวดปู่คาดนี้เป็นสีผึ้งกะทิ เจ้าของสูตรคือปู่คาด และชาวเหนือเรียกสีผึ้งแบบนี้ว่านวด มีไว้ใช้เป็นยาทาแก้สารพัด ทั้งปวดเมื่อย ฟกช้ำดำเขียว แมลงกัดต่อย ทาแก้ผิวแตกในหน้าหนาว ถ้าใครทนกลิ่นหืนนิดๆ ได้ ก็ทาแทนลิปมันได้ด้วย เพราะกันปากแตกได้ดีเยี่ยม&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;นวดปู่คาดนี้ไม่ใช่ทำขึ้นมาง่ายๆ ว่ากันว่ากว่าจะเป็นนวดปู่คาดได้ คนทำต้องว่าคาถามากมายในแต่ละขั้นตอนของการทำ พอบรรจุตลับสีทองออกมาขาย ก็ขายกันในราคานิดเดียว แค่ห้าบาทสิบบาท (แต่การใช้งานครอบจักรวาลจริงๆเจ้าค่ะท่านทั้งหลาย) เวลาใช้ก็ใช้กันนิดเดียวเท่านั้น เพราะมันมีกลิ่นเฉพาะและมีความหนืดเหนิบหนับพอสมควร เพราะเหตุีนี้จึงไม่นิยมใช้กันมาก บ้านๆ นึง ปีหนึ่งซื้อนวดปู่คาดกันแค่หนสองหนเท่านั้น เพราะตลับเดียวใช้ได้นานจนลืม&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ว่ากันมา ว่าสมัยก่อน หมอยาจะทำนวดแบบนี้แจกทหารให้พกไว้ยามออกรบ หากมีแผลจากการถูกแทงถูกฟัน ก็ควักเอานวดนี้ออกมาทา รักษาพอประทังไปก่อน ก็รอดตัวกันมาได้ทั้งนั้น&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;และแต่เด็กแต่เล็กมา มีข้อสังเกตว่า พ่ออุ๊ยแม่อุ๊ย ท่านจะเก็บนวดปู่คาดนี้เอาไว้ที่สูงๆ เช่นหิ้งพระ หรือในเชี่ยนหมากของท่าน ไม่วางทิ้งวางขว้าง ด้วยถือเป็นของสูงที่ผ่านการเป่าเสกมาจากหมออาคมที่มีวิชาดีนั่นเอง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เพื่อนๆ ที่สนใจอยากได้นวดปู่คาด เราขายทางไปรษณีย์ในราคามิตรภาพ เพียงตลับละ 15 บาท จะซื้อกี่ตลับก็ตามใจ แต่ช่วยบวกค่าส่ง(ด่วนพิเศษ EMS + 50 บาท) แต่ห้ามซื้อเป็นร้อยเป็นพันตลับนะคะ เพราะเราไม่ทำการค้าในเรื่องนี้กันจริงจังค่ะ เราแนะนำและส่งเสริมสินค้าในตูบกาดโบราณเท่านั้นค่ะ&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/6476446761720621779-4620906624725900096?l=tubgard.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://tubgard.blogspot.com/feeds/4620906624725900096/comments/default' title='Post Comments'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://tubgard.blogspot.com/2010/06/blog-post.html#comment-form' title='0 Comments'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/6476446761720621779/posts/default/4620906624725900096'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/6476446761720621779/posts/default/4620906624725900096'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://tubgard.blogspot.com/2010/06/blog-post.html' title='นวดปู่คาด'/><author><name>VD</name><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='32' height='23' src='http://1.bp.blogspot.com/_C6NGRwMcnws/SiY0UEKQ_II/AAAAAAAAAow/ZLr1CzrS3Jc/S220/funphotobox310937mcfwwp.jpg'/></author><media:thumbnail xmlns:media='http://search.yahoo.com/mrss/' url='http://2.bp.blogspot.com/_C6NGRwMcnws/TBm5x0WXoZI/AAAAAAAAAvg/0ap0UgC0Cs4/s72-c/%E0%B8%99%E0%B8%A7%E0%B8%94%E0%B8%9B%E0%B8%B9%E0%B9%88%E0%B8%84%E0%B8%B2%E0%B8%94.jpg' height='72' width='72'/><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-6476446761720621779.post-322782643082101162</id><published>2009-06-15T13:53:00.003+07:00</published><updated>2009-06-15T15:24:15.820+07:00</updated><title type='text'>ถั่วเน่าแค่บ</title><content type='html'>นานาประเทศทั่วโลกต่างมีอาหารชนิดเหม็นเป็นของตัวเองกันทั้งนั้น ตั้งแต่กะปิ น้ำปลา ปลาร้า น้ำปู๋ ซีอิ๊ว เนยมีรา เต้าหู้ยี้ และอะไรต่อมิอะไรมากมายนับไม่หวาดไม่ไหว ของเหม็นนั้นบ้างก็ว่าอร่อยดี บ้างก็ยี้กันไป ของหอมของบางคน บางคนทนกลิ่นไม่ไหวก็มีเยอะ เช่นทุเรียน ขนุน จำปาดะ มะมุด (หน้าตาเหมือนมะม่วงแต่กลิ่นแรงกว่าเยอะ)&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;วันนี้เอาถั่วเน่าแค่บมานำเสนอค่ะ ถั่วเน่าแค่บ หรือถั่วเน่าแข็บ เป็นอาหารถั่วเหลืองอย่างหนึ่งของชาวเงี้ยว ซึ่งชาวเงี้ยว หรือไทยใหญ่นั้นก็อยู่ในเมืองไทยแถบเหนือมานานจนกลมกลืนเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันไปแล้ว และอาหารที่ชาวเงี้ยวเขาทำ เดี๋ยวนี้ก็มีอยู่ในครัวของชาวเหนือหรือคนเมืองเรามากมายหลายอย่าง ซึ่งถั่วเน่าแค่บก็เป็นอย่างหนึ่งที่ชาวเหนือนิยมนำมาปรุงอาหาร มิหนำซ้ำยังถึงกับมีอาหารบางชนิดที่จะขาดซึ่งถั่วเน่าแค่บเสียมิได้ นั่นก็คือผักกาดจอของเรานั่นเอง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ดังนั้นถั่วเน่าแค่บ ถั่วเหลืองหมักทำเป็นแผ่นตากแห้งนั้น จึงเป็นสิ่งหนึ่งที่อยู่คู่กับตูบกาดมานานแสนนาน ตูบกาดหรือร้านชำทางเหนือ จะมีถั่วเน่าแค่บแขวนขายอยู่ทุกร้านไป เพราะชาวบ้านชาวช่องเขานิยมรับประทานค่ะ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ชาวเอเซียเรานับว่ามีภูมิปัญญาในเรื่องการกินถั่วเหลืองให้ได้ประโยชน์สูงสุด และเป็นการถนอมอาหารชั้นเลิศก็ว่าได้ มีการนำมาทำเต้าหู้ ฟองเต้าหู้ตากแห้ง เต้าหู้ยี้ เต้าเจี้ยว และซีอิ๊ว ชาวญี่ปุ่นเองก็เก่งกาจในเรื่องการทำอาหารจากถั่วเหลือง และขึ้นชื่อลือชาเรื่องถั่วหมักเป็นอย่างยิ่ง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;แต่ชาวเงี้ยว หรือไต หรือไทยใหญ่นั้นก็มีวิทยายุทธขั้นเทพเช่นกัน ของจีน ญี่ปุ่น เกาหลี เขาหมักถั่วกันแรมปี ถั่วเน่าของเงี้ยวหมักแค่สองสามวันเท่านั้น สามารถเอามาปรุงรส ห่อใบตองนึ่งให้สุกหอม รับประทานกับข้าวเหนียวร้อนๆ ได้เลย เรียกกันว่าถั่วเน่าเหมอะ มีขายในตลาดเช้าทุกแห่งในภาคเหนือ และขอกระซิบว่าขายดิบขายดีเสียด้วยสิ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ส่วนถั่วเน่าแค่บนั้น คือการถนอมถั่วหมัก(คือถั่วเหลืองที่นึ่งสุกแล้วหมักไว้สองสามวันจนขึ้นราสีเทายืดๆแล้ว) นำมาตำให้แหลก และทำเป็นแผ่นบางๆ ตากแดดให้แห้ง เก็บรับประทานได้นานๆ และส่งขายสะดวก&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;แต่ก็อย่างที่บอกไปนะคะ ว่าของเหม็นบางอย่าง บางคน(โดยเฉพาะคนโบราณ) ชื่นชอบ แต่บางคนก็ว่าเหม็นและยี้ บางคนยี้เป็นอย่างๆ ไป บางอย่างคนอื่นยี้ เรากลับหย่อย แหะ ก็นานาจิตตังค่ะ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;และเช่นเคยค่ะ เรามี&lt;a href="http://library.cmu.ac.th/ntic/lannafood/detail_lannafood.php?id_food=92"&gt;เรื่องราวอย่างเป็นการเป็นงานของถั่วเน่าแค่บ และวิธีทำ&lt;/a&gt; มาฝากกันด้วย การทำถั่วเน่าแค่บนั้นไม่ยาก แต่ชาวบ้านทั่วไปมักไม่นิยมทำกัน ต้องอาศัยหาซื้อจากมืออาชีพในการทำ&lt;a onblur="try {parent.deselectBloggerImageGracefully();} catch(e) {}" href="http://3.bp.blogspot.com/_C6NGRwMcnws/SjYDH-grC0I/AAAAAAAAAp8/oWnhVk4lWXE/s1600-h/%E0%B8%82%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%A7%E0%B8%9C%E0%B8%B1%E0%B8%94%E0%B8%96%E0%B8%B1%E0%B9%88%E0%B8%A7%E0%B9%80%E0%B8%99%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B9%81%E0%B8%84%E0%B9%88%E0%B8%9A.jpg"&gt;&lt;img style="margin: 0pt 0pt 10px 10px; float: right; cursor: pointer; width: 290px; height: 320px;" src="http://3.bp.blogspot.com/_C6NGRwMcnws/SjYDH-grC0I/AAAAAAAAAp8/oWnhVk4lWXE/s320/%E0%B8%82%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%A7%E0%B8%9C%E0%B8%B1%E0%B8%94%E0%B8%96%E0%B8%B1%E0%B9%88%E0%B8%A7%E0%B9%80%E0%B8%99%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B9%81%E0%B8%84%E0%B9%88%E0%B8%9A.jpg" alt="" id="BLOGGER_PHOTO_ID_5347465043123047234" border="0" /&gt;&lt;/a&gt;ถั่วเน่านั่นเองค่ะ เพราะฉันเคยลองทำดูแล้วครั้งหนึ่ง ปวดหัวไปหลายวัน เพราะระหว่างการหมักนั้น กลิ่นถั่วเน่าของเราช่างอบอวลไปทั่วทุ่งจริงๆ เจ้าค่ะ เลขขอลองเพียงครั้งเดียวก็เพียงพอ แล้วก็ตั้งหน้าตั้งตาซื้อเขากินเช่นที่เคยๆ มา&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;หลายคนไม่กินถั่วเน่าเปล่าๆ ต้องใช้ใส่แกงเท่านั้นจึงจะกิน แต่สำหรับฉันสามารถปิ้งถั่วเน่าแค่บกินเปล่าๆ แบบข้าวเกรียบได้เลย แง่บๆ อร่อยดี&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ชาวเงี้ยวไม่ค่อยนำถั่วเน่าแ่ค่บมาใส่แกง แต่จะนำมาบิเป็นชิ้นเล็กๆ แล้วนำไปปรุงรสในกะทะ โดยใส่พริกผง น้ำตาล และใส่น้ำมันเล็กน้อย ผัดพอเข้ากัน จะออกรสหวานเค็มมันเผ็ด ครบถ้วน สามารถเอาถั่วเน่าปรุงรสนี้มาคลุกข้าวสวยกินได้เลยในทันที&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;และฉันเองยังมีเมนูเด็ด นั่นคือข้าวผัดถั่วเน่าแค่บ คือใส่ถั่วเน่าแค่บที่ปิ้งแล้ว บิเป็นชิ้นเล็กๆ ลงไปในกะทะข้าวผัด รับประทานร้อนๆ อร่อยดีมีโปรตีนมากมายและมีกลิ่นตลบอบอวลจริงๆ จ้า&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ถั่วเน่าแค่บ ตามตูบกาดจะขายกันทีละแผ่นสองแผ่น มีราคาแบบปิ้งสุกแล้ว กับราคาที่ยังไม่ได้ปิ้ง แต่ตูบกาดออนไลน์ของเรา ขายแบบยังไม่ปิ้งนะคะ เวลาส่งไปจะได้ไม่แตกเสียโฉม เราขายกัน&lt;span style="color: rgb(102, 51, 255); font-weight: bold;"&gt;แผ่นละ 2 บาทก็พอ แต่ขอขายทีละ 20 แผ่น และจะส่งแบบธรรมดานะคะ &lt;/span&gt;หากสั่งแต่ถั่วเน่าแค่บอย่างเดียว หากสั่งอย่างอื่นด้วย จะซื้อถั่วเน่าแค่บไปชิมสองแผ่นก็ได้ค่ะ&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/6476446761720621779-322782643082101162?l=tubgard.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://tubgard.blogspot.com/feeds/322782643082101162/comments/default' title='Post Comments'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://tubgard.blogspot.com/2009/06/blog-post_15.html#comment-form' title='0 Comments'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/6476446761720621779/posts/default/322782643082101162'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/6476446761720621779/posts/default/322782643082101162'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://tubgard.blogspot.com/2009/06/blog-post_15.html' title='ถั่วเน่าแค่บ'/><author><name>VD</name><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='32' height='23' src='http://1.bp.blogspot.com/_C6NGRwMcnws/SiY0UEKQ_II/AAAAAAAAAow/ZLr1CzrS3Jc/S220/funphotobox310937mcfwwp.jpg'/></author><media:thumbnail xmlns:media='http://search.yahoo.com/mrss/' url='http://3.bp.blogspot.com/_C6NGRwMcnws/SjYDH-grC0I/AAAAAAAAAp8/oWnhVk4lWXE/s72-c/%E0%B8%82%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%A7%E0%B8%9C%E0%B8%B1%E0%B8%94%E0%B8%96%E0%B8%B1%E0%B9%88%E0%B8%A7%E0%B9%80%E0%B8%99%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B9%81%E0%B8%84%E0%B9%88%E0%B8%9A.jpg' height='72' width='72'/><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-6476446761720621779.post-1881194535029006811</id><published>2009-06-02T00:05:00.005+07:00</published><updated>2009-06-03T09:57:47.454+07:00</updated><title type='text'>น้ำปู๋</title><content type='html'>&lt;a onblur="try {parent.deselectBloggerImageGracefully();} catch(e) {}" href="http://1.bp.blogspot.com/_C6NGRwMcnws/SiXj9f9grqI/AAAAAAAAAnE/AdznDRXa2v0/s1600-h/%E0%B8%99%E0%B9%89%E0%B8%B3%E0%B8%9B%E0%B8%B9%E0%B9%8B.jpg"&gt;&lt;img style="margin: 0pt 10px 10px 0pt; float: left; cursor: pointer; width: 320px; height: 278px;" src="http://1.bp.blogspot.com/_C6NGRwMcnws/SiXj9f9grqI/AAAAAAAAAnE/AdznDRXa2v0/s320/%E0%B8%99%E0%B9%89%E0%B8%B3%E0%B8%9B%E0%B8%B9%E0%B9%8B.jpg" alt="" id="BLOGGER_PHOTO_ID_5342927178635980450" border="0" /&gt;&lt;/a&gt;มีเรื่องเล่าว่า สมัยเมื่อคนบ้านเราเห่อไปทำงานขายแรงงานกันที่ซาอุฯ ใหม่ๆ นั้น ชาวเหนือเองก็หลั่งไหลไปกับเขาไม่น้อยเหมือนกัน ทีนี้คนไกลบ้านย่อมถวิลหาอาหารท้องถิ่นที่เคยกินอร่อยปากตามฤดูกาลนั่นเองค่ะ คนบ้านฉันพอเริ่มเข้าหน้าฝน หน้านา หน่อไม้แทงยอด ชาวบ้านๆ นิยมทำน้ำปู๋กินกับหน่อไม้ต้ม หลายๆ คนติดน้ำปู๋ที่มีให้กินกันทุกปีไม่เคยขาด จึงมีเสียงโอดครวญเล่าลือมาดังนี้&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;"ตอนนี้ใครมาขายน้ำปู๋ช้อนละห้าร้อยอ้ายก่อยอมซื้อเน้อ"&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;อันว่าน้ำปู๋ ของดีเมืองเหนือเรานั้น ช่างเป็นเอกลักษณ์โดดเด่นให้รู้ได้ทันทีว่านี่คือของกินชาวเหนือคนเมืองของเฮาแท้ๆ เพราะภาคอื่นเขาไม่มีกันน่ะสิ เขามีกันแต่มันปู มันกุ้ง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;น้ำปู๋ของดีมีน้อยค่ะ มีเท่าไหร่ๆ ก็ขายหมด เพราะรสอร่อยเร้นลับเหมือนความดำมืดของสีสันของมันนั่นเอง ใครกินเป็น เคยกินกันเป็นประจำทุกปี พอถึงวาระ หน้าฝนมาเยือน ปูนาออกหากิน และหน่อไม้เริ่มแทงยอดพ้นดิน ใช่แล้ว การกินน้ำปู๋ให้อร่อยครบเครื่อง ต้องมีหน่อไม้ต้มเป็นเครื่องจิ้มด้วย เพราะหน่อไม้กับน้ำปู๋เป็นของคู่กันไม่สามารถจะแยกเดี่ยวให้เดียวดายได้ คู่กันขนาดเขาเปรียบเปรยว่าน้ำปู๋กับหน่อไม้นั้นเป็นคู่ชู้กันนั่นแหละ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;น้ำปู๋สีดำๆ ทำมาจากปูนา เอามาตำให้แหลก กรองและเคี่ยวจนข้นเพียงพอที่จะใช้ข้าวเหนียวจิ้มได้ และสามารถเก็บไว้รับประทานนานเป็นปี (แต่มักไม่ค่อยถึงปีละค่ะ เพราะของดีมีน้อยอย่างที่บอก) รสชาติก็คือรสชาติของปูที่ผสมด้วยส่วนผสมดับคาวอื่นๆ ตามสูตรของแต่ละครอบครัว&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;น้ำปู๋ปรกติแล้วขายไม่แพง ในตลาดมักจะขายกันแค่กระปุกละ ยี่สิบ หรือสามสิบบาท ส่วนราคาในห้างฯ คงขยับขึ้นไปอีกสักหน่อย หรืออาจไม่มีขายเพราะไม่เคยเห็น 555&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ในกระปุกเล็กๆ นั้นเต็มไปด้วยน้ำปู๋สีดำข้นๆ เหมือนน้ำพริก แต่หากควักจากกระปุกมารับประทานเลย รสชาติจะเข้มข้นด้วยรสปูจนเกินไป ชาวบ้านจึงนิยมกินกันด้วยวิธีควักน้ำปูออกมาสักช้อนหนึ่ง เอามาตำกับพริก กระเทียม หรือคลุกกับน้ำพริกหนุ่ม ก็จะได้น้ำพริกน้ำปู๋นำไปรับประทานกับเครื่องจิ้มได้อร่อย หรือใส่น้ำปู๋ลงในตำหน่อไม้ ตำส้มโอ ตามตำหรับตำส้มโอแบบคนเมืองแท้ๆ นั่นเอง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;กลิ่นรสของน้ำปู๋นับว่าเป็นเสน่ห์อันจัดจ้านอย่างแท้จริง หลายคนถึงกับเบือนหน้าหนี เพราะไม่นิยมกลิ่นที่กระจายรุนแรงชนิดที่แปรงฟันหลังอาหารแล้ว ยังเอาไม่อยู่ หุหุ แถมยังอาจรังเกียจรสชาติของมันเสียอีกด้วย แต่คนโบราณนานกาเลอย่างดิฉันชอบมากถึงมากที่สุด และเมื่อชอบกันแล้ว กลิ่นรสที่ใครอื่นอาจบอกว่าเหม็นนักเหม็นหนา แต่กลายเป็นกลิ่นหอมอันชื่นใจเมื่อรับประทานในหน้าน้ำปู๋ คือในช่วงหน้านี้นี่เอง เพราะเป็นช่วงที่ฝนลงเม็ด&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เคยลองนึกเล่นๆ ว่า หากห่างบ้านห่างเมือง จนเริ่มรู้สึกอดอยากปากแห้ง ฉันน่าจะยอมจ่า่ย 500 เพื่อแลกน้ำปู๋หนึ่งช้อน คลุกข้าวกินพอให้หายคิดถึง (และน้ำตาหยดสามหรือสี่หยด)แหม คนที่ชอบอะไรมากๆ แล้วอดอยากไม่ได้กินอย่างที่เคยกิน พอส่งคำแรกเข้าปาก อาจมีการน้ำตาไหลเพราะความคิดถึงคะนึงหา&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เครื่องเคียงข้างของน้ำพริกน้ำปู๋ อันดับแรกเลยคือหน่อไม้ต้ม รองอันดับสองคือผักลวกอื่นๆ เช่นหน่อข่า ดอกดาหลา แคบหมู แคบไข หนังปอง และละเมื่อได้ตั้งวงล้อมรอบขันโตกกันแล้ว ทีนี้ล่ะ.. เอาอะไรมาฉุดก็ไม่ยอมลุก:P&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="color: rgb(51, 51, 255); font-weight: bold;"&gt;ราคาน้ำปู๋ออนไลน์ของเราอยู่ที่กระปุกละ 40 บาท ค่ะ &lt;/span&gt;&lt;span style="color: rgb(102, 0, 204);"&gt;ซื้อ1-2กระปุกเราจะจัดส่งทางพัสดุธรรมดา (เพราะของไม่เสีย) ซื้อสามกระปุกขึ้นไป เราจะจัุดส่งแบบ EMS&lt;/span&gt; ให้ค่ะ แต่รบกวนช่วยสอบถามมาก่อนนะคะ เพราะบางทีน้ำปู๋ก็ขาดตลาดค่ะ&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/6476446761720621779-1881194535029006811?l=tubgard.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://tubgard.blogspot.com/feeds/1881194535029006811/comments/default' title='Post Comments'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://tubgard.blogspot.com/2009/06/blog-post_02.html#comment-form' title='0 Comments'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/6476446761720621779/posts/default/1881194535029006811'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/6476446761720621779/posts/default/1881194535029006811'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://tubgard.blogspot.com/2009/06/blog-post_02.html' title='น้ำปู๋'/><author><name>VD</name><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='32' height='23' src='http://1.bp.blogspot.com/_C6NGRwMcnws/SiY0UEKQ_II/AAAAAAAAAow/ZLr1CzrS3Jc/S220/funphotobox310937mcfwwp.jpg'/></author><media:thumbnail xmlns:media='http://search.yahoo.com/mrss/' url='http://1.bp.blogspot.com/_C6NGRwMcnws/SiXj9f9grqI/AAAAAAAAAnE/AdznDRXa2v0/s72-c/%E0%B8%99%E0%B9%89%E0%B8%B3%E0%B8%9B%E0%B8%B9%E0%B9%8B.jpg' height='72' width='72'/><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-6476446761720621779.post-4519239805814178725</id><published>2009-06-01T15:02:00.004+07:00</published><updated>2009-06-01T21:01:54.027+07:00</updated><title type='text'>หนังปอง</title><content type='html'>&lt;a onblur="try {parent.deselectBloggerImageGracefully();} catch(e) {}" href="http://2.bp.blogspot.com/_C6NGRwMcnws/SiPapyEpXtI/AAAAAAAAAmk/4_bLFRtoFm8/s1600-h/DSC00804.jpg"&gt;&lt;img style="margin: 0pt 10px 10px 0pt; float: left; cursor: pointer; width: 237px; height: 320px;" src="http://2.bp.blogspot.com/_C6NGRwMcnws/SiPapyEpXtI/AAAAAAAAAmk/4_bLFRtoFm8/s320/DSC00804.jpg" alt="" id="BLOGGER_PHOTO_ID_5342353994342293202" border="0" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;span style="color: rgb(255, 102, 0); font-weight: bold;"&gt;หนังปอง&lt;/span&gt;เป็นชื่ออาหารแห้งอย่างหนึ่ง กินเล่นกินจริงได้ทั้งนั้นค่ะ หน้าตาของหนังปองละม้ายคล้ายคลึง เรียกว่าเป็นพี่เป็นน้องกับแคบหมูก็ว่าได้ เพียงแต่หนังปองจะตัวตรงและตัวโตกว่า แต่หากพูดกันถึงรสชาติ ในความเห็นของดิฉันเอง คิดว่ารสชาติระหว่างหนังปองกับแคบหมูนั้นเป็นรสชาติคนละแนวกันนะคะ คือรสชาติหนังปองเขาจะเคร่งขรึมดูเป็นผู้หลักผู้ใหญ่กว่า ส่วนแคบหมูรสชาติลำลองยังไงก็ไม่รู้ (ซะงั้น)&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;หนังปองทำจากหนังควาย (ในขณะที่แคบหมูนั้นตามชื่อเลยคือทำมาจากหนังหมูนั่นแล) มีกรรมวิธีทำไม่ยาก แต่ก็ใช่ว่าจะง่ายนะ เอ้าจะงงกันทั้งคนเขียนและคนอ่านไหมละเนี่ยะ 555&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ควายสมัยนี้ลดน้อยลงแล้วนะนี่  มีเรื่องเล่าเรื่องเนื้อวัวกับเนื้อควาย (นอกเรื่องสักนิด) เนื่องจากเคยไปซื้อเนื้อที่ตลาดมาต้มซุป ตอนซื้อก็ไม่ได้ดูป้ายว่าเป็นเนื้ออะไรกันแน่ หน้าตาก็คือเนื้อแน่ๆ ไม่ใช่หมู พอมาถึงบ้าน นึกชมเชยว่าเนื้อล้วนๆ สีแดงดี ไม่มีไขมันแทรกเลย แถมตอนหั่นก็นิ่มดี พอต้มเสร็จลองชิมก็อร่อยดี โอ้โห รสชาติเลิศเลอ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เวลาผ่านไปอยากต้มเนื้ออีก เลยไปซื้อเจ้าเดิม แต่มองเห็นป้ายตัวใหญ่แขวนเหนือแผงขายเนื้อว่า &lt;span style="color: rgb(255, 153, 0); font-weight: bold;"&gt;เนื้อควาย &lt;/span&gt;อืม นั่นสิ รสชาติแปลกๆไป เหอ เหอ.. แต่คิดว่าอร่อยกว่าเนื้อวัวนะ ควายก็ควาย ควายอร่อยก็จะกินควาย  เลยซื้อมาต้มอีก และตั้งแต่นั้นก็เลิกแยแสเนื้อวัวกันเลยทีเดียวเจียว&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;กลับมาที่หนังปองของเราอีกที หนังปองกรอบๆ รับประทานกับขนมจีนน้ำเงี้ยว หรือตำบะหนุน ตำบะเขือ หรือน้ำพริกต่างๆ เป็นอาหารที่ไม่รู้คิดเอาเองหรือเปล่านะคะ เพราะฉันสังเกตุว่าผู้ชายจะนิยมกินหนังปองกันมากกว่าผู้หญิง คือผู้หญิงจะชอบแคบหมูกันมากกว่าน่ะ และหนังปองของเราไม่มีแพร่หลายออกนอกพื้นที่ภาคเหนือกันนัก คนจึงรู้จักกันแต่แคบหมู เอะอะอะไรก็แคบหมูไว้ก่อน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ฉันเลยเอาหนังปองมานำเสนอให้รู้จักกันค่ะ เพราะหนังปองเป็นสิ่งที่อยู่คู่กับตูบกาดมาแต่โบราณ เรียกได้ว่าตูบกาดไหนไม่มีหนังปอง แปลว่าเป็นตูบกาดของปลอม (ว่าไปนู่น)&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;กินหนังปองเดี่ยวๆ แล้วอาจฝืดคอสักหน่อย ขอเตือนว่าอย่ากินเล่นในขณะที่ไม่มีน้ำเป็นอันขาด คนทางเหนือนิยมกินกับขนมจีนน้ำเงี้ยว และอาหารพวกตำ พวกยำ กินกับก๋วยเตี๋ยวเรือ ก๋วยเตี๋ยวต้มยำ หรือกินแกล้มเหล้าแกล้มเบียร์ก็เข้าท่า ฉันชอบกินกับน้ำพริกเผา ซึ่งเพื่อนๆ มักชอบว่าแปลกดี เหมือนมีอะไรๆ ก็เอามาจิ้มกับน้ำพริกเผาได้ทั้งสิ้น ไม่ว่าจะเป็นข้าวแต๋นน้ำแตงโม ข้าวตัง ข้าวเกรียบ ฯลฯ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;มาดูเรื่องเป็นเรื่องของหนังปองกันดีกว่าค่ะ แต่ต้อง&lt;a href="http://library.cmu.ac.th/ntic/lannafood/detail_lannafood.php?id_food=56"&gt;คลิกที่ลิ้งก์นี้ &lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;และหากใครอยากลองลิ้มชิมรสหนังปอง พี่สาวคนสวย(ตัวโต ตรง และแข็งแรงไร้ไขมัน)ของแคบหมู ก็สามารถสั่งได้ เราวิ่งไปซื้อจากตลาดมาขายกันเป็นพวง 1 พวงมีห้าถุง ราคา 40 บาท &lt;span style="font-weight: bold; color: rgb(51, 51, 255);"&gt;แต่เราขายกันทีละ 2 พวงก็แล้วกันนะคะ (80 บาท) &lt;/span&gt;และขออนุญาตส่งแบบธรรมดานะคะ (ไม่คิดค่าส่งเพิ่มค่ะ) เพราะของไม่เสียไม่บูด จึงไม่ต้องรีบก็ได้(นี่นา)&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;แต่หาก&lt;span style="color: rgb(51, 51, 255); font-weight: bold;"&gt;ต้องการแบบเร่งด่วน ก็ขอให้สั่ง 10 พวงขึ้นไป เรายินดีจะจัดส่ง EMS ให้จ้า &lt;/span&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/6476446761720621779-4519239805814178725?l=tubgard.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://tubgard.blogspot.com/feeds/4519239805814178725/comments/default' title='Post Comments'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://tubgard.blogspot.com/2009/06/blog-post.html#comment-form' title='0 Comments'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/6476446761720621779/posts/default/4519239805814178725'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/6476446761720621779/posts/default/4519239805814178725'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://tubgard.blogspot.com/2009/06/blog-post.html' title='หนังปอง'/><author><name>VD</name><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='32' height='23' src='http://1.bp.blogspot.com/_C6NGRwMcnws/SiY0UEKQ_II/AAAAAAAAAow/ZLr1CzrS3Jc/S220/funphotobox310937mcfwwp.jpg'/></author><media:thumbnail xmlns:media='http://search.yahoo.com/mrss/' url='http://2.bp.blogspot.com/_C6NGRwMcnws/SiPapyEpXtI/AAAAAAAAAmk/4_bLFRtoFm8/s72-c/DSC00804.jpg' height='72' width='72'/><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-6476446761720621779.post-8165566987579689739</id><published>2009-05-03T11:22:00.003+07:00</published><updated>2009-05-18T13:11:27.431+07:00</updated><title type='text'>ไส้อั่ว</title><content type='html'>&lt;a onblur="try {parent.deselectBloggerImageGracefully();} catch(e) {}" href="http://2.bp.blogspot.com/_C6NGRwMcnws/ShDXi3w8ufI/AAAAAAAAAl0/EpA2IC7ScLQ/s1600-h/%E0%B9%84%E0%B8%AA%E0%B9%89%E0%B8%AD%E0%B8%B1%E0%B9%88%E0%B8%A7.jpg"&gt;&lt;img style="margin: 0pt 10px 10px 0pt; float: left; cursor: pointer; width: 230px; height: 320px;" src="http://2.bp.blogspot.com/_C6NGRwMcnws/ShDXi3w8ufI/AAAAAAAAAl0/EpA2IC7ScLQ/s320/%E0%B9%84%E0%B8%AA%E0%B9%89%E0%B8%AD%E0%B8%B1%E0%B9%88%E0%B8%A7.jpg" alt="" id="BLOGGER_PHOTO_ID_5337002552518818290" border="0" /&gt;&lt;/a&gt;มาแล้ว.. สินค้าชิ้นแรกที่ตูบกาดยินดีนำเสนอ หลายคนคงเคยรับประทานไส้อั่วกันมาแล้ว ไส้อั่วเป็นอาหารคาวและเป็นอาหารทอดหรือย่างที่ขึ้นชื่อของทางเหนือค่ะ รสชาติของแต่ละท้องถิ่นคงแตกต่างกันไปบ้าง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;นึกถึงไส้อั่ว คงนึกถึงไส้กรอก แต่เป็นไส้กรอกแบบชาวเหนือ หรือไส้กรอกคนเมืองนั่นเอง เดี๋ยวนี้ร้านขายไส้อั่วหลายร้านขึ้นป้ายว่า ไส้อั่วสมุนไพร เพื่อสร้างจุดน่าสนใจให้โดดเด่นโดนใจตามกระแสนิยมรับประทานอาหารเพื่อสุขภาพ แต่ความจริงแล้วไส้อั่วทุกเจ้าล้วนแต่เป็นไส้อั่วสมุนไพรทั้งนั้น เพราะยัดไส้ด้วยหมูบดผสมด้วยเครื่องเทศทั้งพริกตะไคร้ข่ากระเทียมฯลฯ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;คำว่าอั่วแปลว่าอะไร คำถามนี้ดูเหมือนยอดนิยมสำหรับคนช่างถาม เมื่อมาเตร็ดเตร่อยู่แถวตลาดในเมืองเหนือ ซึ่งทุกตลาดไม่ว่าจะเป็นตลาดขนาดเล็กหรือขนาดใหญ่ จะขาดไส้อั่วไม่ได้ เพราะเป็นอาหารยอดนิยมแถวหน้า ทั้งนิยมซื้อหาไปรับประทานได้ทันใดอย่างง่ายๆ กับข้าวเหนียวร้อนๆ ก็อิ่มอร่อยอย่างง่ายดายไปหนึ่งมื้อ ทั้งนิยมซื้อไปทำบุญถวายพระ ซื้อหิ้วไปเป็นของฝากญาติผู้ใหญ่ หรือแม้นกระทั่งซื้อไปรับประทานเป็นกับแกล้มของทานเล่น เคยคิดเล่นๆ ว่าหมูแพงขึ้นทุกวี่ทุกวัน หากวันหนึ่งอยู่ดีๆ ไส้อั่วขาดตลาดขึ้นมาจะเป็นอย่างไร เพราะของเคยกินกันเป็นประจำ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ไส้อั่วแถวบ้านฉันเจ้าหนึ่งอร่อยโดดเด่น เรียกว่าในตลาดมีแม่ค้าขายไส้อั่วหลายเจ้า ทอดในตลาดขายกันในตลาดเหมือนอย่างที่เห็นในตลาดทั่วไปนั่นเอง แต่ทุกวัน ไส้อั่วเจ้านี้จะหมดก่อนทั้งๆ ที่ทำมากกว่าเพื่อน ขายกันชนิดหยิบไม่ทัน แถมหากต้องการซื้อเยอะเช่นซื้อทีสองสามโล ต้องมีการสั่งล่วงหน้า อยู่ดีๆ เดินไปซื้อห้าโล แม่ค้าจะขอผลัดผ่อน ให้เอาไปแค่โลเดียวก่อนไหม เพราะ "เอ็นดูคนข้างหลัง" แปลว่าสงสารคนข้างหลัง ลูกค้าย่อยๆ ที่เคยมาซื้อกันประจำคนละสิบบาทยี่สิบบาท เดี๋ยวมาแล้วจะผิดหวังกลับไป ถ้าสั่งล่วงหน้าได้ก็จะดี จะได้ทำเพิ่ม นับว่าเป็นการค้าการขายซื่อๆ แบบชาวบ้านๆ น่ารักดี&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ไส้อั่วเจ้านี้ผู้คนหิ้วติดมือไปเป็นของฝากญาติมิตรหลายที่หลายถิ่นแล้ว ผู้คนในที่นี้รวมทั้งตัวฉันด้วย และนับว่าเป็นของดีใกล้บ้านที่ควรบรรจุเอาไว้ในตูบกาดออนไลน์แห่งนี้ เผื่อใครสนใจอยากลองลิ้มชิมรสไส้อั่วอร่อยๆ ก็สามารถสั่งซื้อเข้ามาได้ &lt;span style="color: rgb(51, 51, 255); font-weight: bold;"&gt;ราคาขายอยู่ที่กล่องละ 120 บาท&lt;/span&gt; น้ำหนัก 350 กรัม ส่งตรงถึงบ้านด้วยระบบ ems ใช้เวลาขนส่งเพียง 1 วัน สำหรับจังหวัดทางภาคเหนือ - ภาคกลาง ส่วนภาคใต้และอีสานนั้นใช้เวลาขนส่ง 2- 3 วัน รับของแล้วหากเก็บในตู้เย็น สามารถอยู่ได้ 7-10 วันค่ะ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;และหากมีเวลาและอยากลองทำไส้อั่วรับประทานเองที่บ้าน เราขอแนะนำเว็บไซต์ที่จะให้รายละเอียดเกี่ยวกับ&lt;a href="http://library.cmu.ac.th/ntic/lannafood/detail_lannafood.php?id_food=25"&gt;วิธีทำไส้อั่ว&lt;/a&gt; และ นานาสาระอื่นๆ เกี่ยวกับอาหารและวัฒนธรรมการรับประทานของชาวล้านนาค่ะ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;สำหรับที่บ้านฉันแล้ว ไส้อั่วไม่ได้เป็นอาหารกินกับข้าวเหนียวอย่างเดียวนะคะ บางมื้อใช้ไส้อั่วมาผัดผักแทนหมูสับธรรมดาก็เข้าท่าไม่เบา ตอนอยู่ภาคใต้ ได้ใส้อั่วมาเมื่อไหร่ต้องเอามาผัดกับสะตอ และต้้งชื่อเมนูนี้ว่าสิงห์เหนือเสือใต้ เวลารับประทานก็รู้สึกสนุกคึกคักดี นอกจากนี้ยังเคยรับประทานข้าวผัดไส้อั่วจากร้านอาหารแห่งหนึ่งพบว่า็อร่อยดีเหมือนกัน แต่แอบๆ คิดเข้าข้างตัวเองอยู่นิดๆ ว่าถ้าผัดเองคงจะอร่อยกว่า555&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เมื่อไส้อั่วสามารถประยุกต์ไปเป็นอาหารได้อีกหลายชนิด เลยคิดว่าจะทำเมนูไส้อั่วเล่มเล็กๆ แถมให้กับคุณลูกค้าด้วยก็แล้วกัน :P&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/6476446761720621779-8165566987579689739?l=tubgard.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://tubgard.blogspot.com/feeds/8165566987579689739/comments/default' title='Post Comments'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://tubgard.blogspot.com/2009/05/blog-post.html#comment-form' title='0 Comments'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/6476446761720621779/posts/default/8165566987579689739'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/6476446761720621779/posts/default/8165566987579689739'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://tubgard.blogspot.com/2009/05/blog-post.html' title='ไส้อั่ว'/><author><name>VD</name><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='32' height='23' src='http://1.bp.blogspot.com/_C6NGRwMcnws/SiY0UEKQ_II/AAAAAAAAAow/ZLr1CzrS3Jc/S220/funphotobox310937mcfwwp.jpg'/></author><media:thumbnail xmlns:media='http://search.yahoo.com/mrss/' url='http://2.bp.blogspot.com/_C6NGRwMcnws/ShDXi3w8ufI/AAAAAAAAAl0/EpA2IC7ScLQ/s72-c/%E0%B9%84%E0%B8%AA%E0%B9%89%E0%B8%AD%E0%B8%B1%E0%B9%88%E0%B8%A7.jpg' height='72' width='72'/><thr:total>0</thr:total></entry></feed>
