Thursday, 17 June 2010

นวดปู่คาด


นวดปู่คาดคือของดีอีำกอย่างหนึ่งที่คนเชียงใหม่รู้จักกันดี และตูบกาดทุกแห่งจะขาดเสียไม่ได้ต้องมีติดร้านเอาไว้ แม้นวันเวลาจะล่วงเลยผ่านไป ในตลาดและร้านค้าอันทันสมัยจะมีลิปมัน ยาทาแก้เมื่อย ยาหม่องทาแก้พิษสัตว์กัดต่อย และครีมบำรุงผิว ยี่ห้อต่างๆ หลั่งไหลเข้ามาขายกันเกร่อจนไม่รู้ยี่ห้อไหนเป็นยี่ห้อไหน จดจำกันไม่หวาดไม่ไหว แต่พวกเราจะจดจำนวดปูห้คาดกันได้เสมอ เพราะเป็นของคู่บ้าน เวลา่โดนเขกหัวจนโนปูดปู๊ด พ่ออุ๊ยแม่อุ๊ย ลุงป้าน้าอาก็จะเอิ้นบอกลูกหลานให้ไปเอานวดปู่คาดในเชี่ยนหมาก หรือบนหิ้งพระมาทามาโท( โทคือภาษาเหนือแปลว่าทา บางทีใช้คู่กันว่า ทาโท)

นวดปู่คาดนี้เป็นสีผึ้งกะทิ เจ้าของสูตรคือปู่คาด และชาวเหนือเรียกสีผึ้งแบบนี้ว่านวด มีไว้ใช้เป็นยาทาแก้สารพัด ทั้งปวดเมื่อย ฟกช้ำดำเขียว แมลงกัดต่อย ทาแก้ผิวแตกในหน้าหนาว ถ้าใครทนกลิ่นหืนนิดๆ ได้ ก็ทาแทนลิปมันได้ด้วย เพราะกันปากแตกได้ดีเยี่ยม

นวดปู่คาดนี้ไม่ใช่ทำขึ้นมาง่ายๆ ว่ากันว่ากว่าจะเป็นนวดปู่คาดได้ คนทำต้องว่าคาถามากมายในแต่ละขั้นตอนของการทำ พอบรรจุตลับสีทองออกมาขาย ก็ขายกันในราคานิดเดียว แค่ห้าบาทสิบบาท (แต่การใช้งานครอบจักรวาลจริงๆเจ้าค่ะท่านทั้งหลาย) เวลาใช้ก็ใช้กันนิดเดียวเท่านั้น เพราะมันมีกลิ่นเฉพาะและมีความหนืดเหนิบหนับพอสมควร เพราะเหตุีนี้จึงไม่นิยมใช้กันมาก บ้านๆ นึง ปีหนึ่งซื้อนวดปู่คาดกันแค่หนสองหนเท่านั้น เพราะตลับเดียวใช้ได้นานจนลืม

ว่ากันมา ว่าสมัยก่อน หมอยาจะทำนวดแบบนี้แจกทหารให้พกไว้ยามออกรบ หากมีแผลจากการถูกแทงถูกฟัน ก็ควักเอานวดนี้ออกมาทา รักษาพอประทังไปก่อน ก็รอดตัวกันมาได้ทั้งนั้น

และแต่เด็กแต่เล็กมา มีข้อสังเกตว่า พ่ออุ๊ยแม่อุ๊ย ท่านจะเก็บนวดปู่คาดนี้เอาไว้ที่สูงๆ เช่นหิ้งพระ หรือในเชี่ยนหมากของท่าน ไม่วางทิ้งวางขว้าง ด้วยถือเป็นของสูงที่ผ่านการเป่าเสกมาจากหมออาคมที่มีวิชาดีนั่นเอง

เพื่อนๆ ที่สนใจอยากได้นวดปู่คาด เราขายทางไปรษณีย์ในราคามิตรภาพ เพียงตลับละ 20 บาท จะซื้อกี่ตลับก็ตามใจ แต่ช่วยบวกค่าส่ง(พัสดุลงทะเบียน 20 บาท)(ด่วนพิเศษ EMS 50 บาท) ห้ามซื้อเป็นร้อยเป็นพันตลับนะคะ เพราะเราไม่ทำการค้าในเรื่องนี้กันจริงจังค่ะ เราแนะนำและส่งเสริมสินค้าในตูบกาดโบราณเท่านั้นค่ะ

Monday, 15 June 2009

ถั่วเน่าแค่บ


นานาประเทศทั่วโลกต่างมีอาหารชนิดเหม็นเป็นของตัวเองกันทั้งนั้น ตั้งแต่กะปิ น้ำปลา ปลาร้า น้ำปู๋ ซีอิ๊ว เนยมีรา เต้าหู้ยี้ และอะไรต่อมิอะไรมากมายนับไม่หวาดไม่ไหว ของเหม็นนั้นบ้างก็ว่าอร่อยดี บ้างก็ยี้กันไป ของหอมของบางคน บางคนทนกลิ่นไม่ไหวก็มีเยอะ เช่นทุเรียน ขนุน จำปาดะ มะมุด (หน้าตาเหมือนมะม่วงแต่กลิ่นแรงกว่าเยอะ)

วันนี้เอาถั่วเน่าแค่บมานำเสนอค่ะ ถั่วเน่าแค่บ หรือถั่วเน่าแข็บ เป็นอาหารถั่วเหลืองอย่างหนึ่งของชาวเงี้ยว ซึ่งชาวเงี้ยว หรือไทยใหญ่นั้นก็อยู่ในเมืองไทยแถบเหนือมานานจนกลมกลืนเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันไปแล้ว และอาหารที่ชาวเงี้ยวเขาทำ เดี๋ยวนี้ก็มีอยู่ในครัวของชาวเหนือหรือคนเมืองเรามากมายหลายอย่าง ซึ่งถั่วเน่าแค่บก็เป็นอย่างหนึ่งที่ชาวเหนือนิยมนำมาปรุงอาหาร มิหนำซ้ำยังถึงกับมีอาหารบางชนิดที่จะขาดซึ่งถั่วเน่าแค่บเสียมิได้ นั่นก็คือผักกาดจอของเรานั่นเอง

ดังนั้นถั่วเน่าแค่บ ถั่วเหลืองหมักทำเป็นแผ่นตากแห้งนั้น จึงเป็นสิ่งหนึ่งที่อยู่คู่กับตูบกาดมานานแสนนาน ตูบกาดหรือร้านชำทางเหนือ จะมีถั่วเน่าแค่บแขวนขายอยู่ทุกร้านไป เพราะชาวบ้านชาวช่องเขานิยมรับประทานค่ะ

ชาวเอเซียเรานับว่ามีภูมิปัญญาในเรื่องการกินถั่วเหลืองให้ได้ประโยชน์สูงสุด และเป็นการถนอมอาหารชั้นเลิศก็ว่าได้ มีการนำมาทำเต้าหู้ ฟองเต้าหู้ตากแห้ง เต้าหู้ยี้ เต้าเจี้ยว และซีอิ๊ว ชาวญี่ปุ่นเองก็เก่งกาจในเรื่องการทำอาหารจากถั่วเหลือง และขึ้นชื่อลือชาเรื่องถั่วหมักเป็นอย่างยิ่ง

แต่ชาวเงี้ยว หรือไต หรือไทยใหญ่นั้นก็มีวิทยายุทธขั้นเทพเช่นกัน ของจีน ญี่ปุ่น เกาหลี เขาหมักถั่วกันแรมปี ถั่วเน่าของเงี้ยวหมักแค่สองสามวันเท่านั้น สามารถเอามาปรุงรส ห่อใบตองนึ่งให้สุกหอม รับประทานกับข้าวเหนียวร้อนๆ ได้เลย เรียกกันว่าถั่วเน่าเหมอะ มีขายในตลาดเช้าทุกแห่งในภาคเหนือ และขอกระซิบว่าขายดิบขายดีเสียด้วยสิ

ส่วนถั่วเน่าแค่บนั้น คือการถนอมถั่วหมัก(คือถั่วเหลืองที่นึ่งสุกแล้วหมักไว้สองสามวันจนขึ้นราสีเทายืดๆแล้ว) นำมาตำให้แหลก และทำเป็นแผ่นบางๆ ตากแดดให้แห้ง เก็บรับประทานได้นานๆ และส่งขายสะดวก

แต่ก็อย่างที่บอกไปนะคะ ว่าของเหม็นบางอย่าง บางคน(โดยเฉพาะคนโบราณ) ชื่นชอบ แต่บางคนก็ว่าเหม็นและยี้ บางคนยี้เป็นอย่างๆ ไป บางอย่างคนอื่นยี้ เรากลับหย่อย แหะ ก็นานาจิตตังค่ะ

และเช่นเคยค่ะ เรามีเรื่องราวอย่างเป็นการเป็นงานของถั่วเน่าแค่บ และวิธีทำ มาฝากกันด้วย การทำถั่วเน่าแค่บนั้นไม่ยาก แต่ชาวบ้านทั่วไปมักไม่นิยมทำกัน ต้องอาศัยหาซื้อจากมืออาชีพในการทำถั่วเน่านั่นเองค่ะ เพราะฉันเคยลองทำดูแล้วครั้งหนึ่ง ปวดหัวไปหลายวัน เพราะระหว่างการหมักนั้น กลิ่นถั่วเน่าของเราช่างอบอวลไปทั่วทุ่งจริงๆ เจ้าค่ะ เลขขอลองเพียงครั้งเดียวก็เพียงพอ แล้วก็ตั้งหน้าตั้งตาซื้อเขากินเช่นที่เคยๆ มา

หลายคนไม่กินถั่วเน่าเปล่าๆ ต้องใช้ใส่แกงเท่านั้นจึงจะกิน แต่สำหรับฉันสามารถปิ้งถั่วเน่าแค่บกินเปล่าๆ แบบข้าวเกรียบได้เลย แง่บๆ อร่อยดี

ชาวเงี้ยวไม่ค่อยนำถั่วเน่าแ่ค่บมาใส่แกง แต่จะนำมาบิเป็นชิ้นเล็กๆ แล้วนำไปปรุงรสในกะทะ โดยใส่พริกผง น้ำตาล และใส่น้ำมันเล็กน้อย ผัดพอเข้ากัน จะออกรสหวานเค็มมันเผ็ด ครบถ้วน สามารถเอาถั่วเน่าปรุงรสนี้มาคลุกข้าวสวยกินได้เลยในทันที

และฉันเองยังมีเมนูเด็ด นั่นคือข้าวผัดถั่วเน่าแค่บ คือใส่ถั่วเน่าแค่บที่ปิ้งแล้ว บิเป็นชิ้นเล็กๆ ลงไปในกะทะข้าวผัด รับประทานร้อนๆ อร่อยดีมีโปรตีนมากมายและมีกลิ่นตลบอบอวลจริงๆ จ้า

ถั่วเน่าแค่บ ตามตูบกาดจะขายกันทีละแผ่นสองแผ่น มีราคาแบบปิ้งสุกแล้ว กับราคาที่ยังไม่ได้ปิ้ง แต่ตูบกาดออนไลน์ของเรา ขายแบบยังไม่ปิ้งนะคะ เวลาส่งไปจะได้ไม่แตกเสียโฉม เราขายกันแผ่นละ 3 บาทก็พอ แต่ขอขายทีละ 20 แผ่น และจะส่งแบบธรรมดานะคะ หากสั่งแต่ถั่วเน่าแค่บอย่างเดียว หากสั่งอย่างอื่นด้วย จะซื้อถั่วเน่าแค่บไปชิมสองแผ่นก็ได้ค่ะ

Tuesday, 2 June 2009

น้ำปู๋


มีเรื่องเล่าว่า สมัยเมื่อคนบ้านเราเห่อไปทำงานขายแรงงานกันที่ซาอุฯ ใหม่ๆ นั้น ชาวเหนือเองก็หลั่งไหลไปกับเขาไม่น้อยเหมือนกัน ทีนี้คนไกลบ้านย่อมถวิลหาอาหารท้องถิ่นที่เคยกินอร่อยปากตามฤดูกาลนั่นเองค่ะ คนบ้านฉันพอเริ่มเข้าหน้าฝน หน้านา หน่อไม้แทงยอด ชาวบ้านๆ นิยมทำน้ำปู๋กินกับหน่อไม้ต้ม หลายๆ คนติดน้ำปู๋ที่มีให้กินกันทุกปีไม่เคยขาด จึงมีเสียงโอดครวญเล่าลือมาดังนี้

"ตอนนี้ใครมาขายน้ำปู๋ช้อนละห้าร้อยอ้ายก่อยอมซื้อเน้อ"

อันว่าน้ำปู๋ ของดีเมืองเหนือเรานั้น ช่างเป็นเอกลักษณ์โดดเด่นให้รู้ได้ทันทีว่านี่คือของกินชาวเหนือคนเมืองของเฮาแท้ๆ เพราะภาคอื่นเขาไม่มีกันน่ะสิ เขามีกันแต่มันปู มันกุ้ง

น้ำปู๋ของดีมีน้อยค่ะ มีเท่าไหร่ๆ ก็ขายหมด เพราะรสอร่อยเร้นลับเหมือนความดำมืดของสีสันของมันนั่นเอง ใครกินเป็น เคยกินกันเป็นประจำทุกปี พอถึงวาระ หน้าฝนมาเยือน ปูนาออกหากิน และหน่อไม้เริ่มแทงยอดพ้นดิน ใช่แล้ว การกินน้ำปู๋ให้อร่อยครบเครื่อง ต้องมีหน่อไม้ต้มเป็นเครื่องจิ้มด้วย เพราะหน่อไม้กับน้ำปู๋เป็นของคู่กันไม่สามารถจะแยกเดี่ยวให้เดียวดายได้ คู่กันขนาดเขาเปรียบเปรยว่าน้ำปู๋กับหน่อไม้นั้นเป็นคู่ชู้กันนั่นแหละ

น้ำปู๋สีดำๆ ทำมาจากปูนา เอามาตำให้แหลก กรองและเคี่ยวจนข้นเพียงพอที่จะใช้ข้าวเหนียวจิ้มได้ และสามารถเก็บไว้รับประทานนานเป็นปี (แต่มักไม่ค่อยถึงปีละค่ะ เพราะของดีมีน้อยอย่างที่บอก) รสชาติก็คือรสชาติของปูที่ผสมด้วยส่วนผสมดับคาวอื่นๆ ตามสูตรของแต่ละครอบครัว

น้ำปู๋ปรกติแล้วขายไม่แพง ในตลาดมักจะขายกันแค่กระปุกละ ยี่สิบ หรือสามสิบบาท ส่วนราคาในห้างฯ คงขยับขึ้นไปอีกสักหน่อย หรืออาจไม่มีขายเพราะไม่เคยเห็น 555

ในกระปุกเล็กๆ นั้นเต็มไปด้วยน้ำปู๋สีดำข้นๆ เหมือนน้ำพริก แต่หากควักจากกระปุกมารับประทานเลย รสชาติจะเข้มข้นด้วยรสปูจนเกินไป ชาวบ้านจึงนิยมกินกันด้วยวิธีควักน้ำปูออกมาสักช้อนหนึ่ง เอามาตำกับพริก กระเทียม หรือคลุกกับน้ำพริกหนุ่ม ก็จะได้น้ำพริกน้ำปู๋นำไปรับประทานกับเครื่องจิ้มได้อร่อย หรือใส่น้ำปู๋ลงในตำหน่อไม้ ตำส้มโอ ตามตำหรับตำส้มโอแบบคนเมืองแท้ๆ นั่นเอง

กลิ่นรสของน้ำปู๋นับว่าเป็นเสน่ห์อันจัดจ้านอย่างแท้จริง หลายคนถึงกับเบือนหน้าหนี เพราะไม่นิยมกลิ่นที่กระจายรุนแรงชนิดที่แปรงฟันหลังอาหารแล้ว ยังเอาไม่อยู่ หุหุ แถมยังอาจรังเกียจรสชาติของมันเสียอีกด้วย แต่คนโบราณนานกาเลอย่างดิฉันชอบมากถึงมากที่สุด และเมื่อชอบกันแล้ว กลิ่นรสที่ใครอื่นอาจบอกว่าเหม็นนักเหม็นหนา แต่กลายเป็นกลิ่นหอมอันชื่นใจเมื่อรับประทานในหน้าน้ำปู๋ คือในช่วงหน้านี้นี่เอง เพราะเป็นช่วงที่ฝนลงเม็ด

เคยลองนึกเล่นๆ ว่า หากห่างบ้านห่างเมือง จนเริ่มรู้สึกอดอยากปากแห้ง ฉันน่าจะยอมจ่า่ย 500 เพื่อแลกน้ำปู๋หนึ่งช้อน คลุกข้าวกินพอให้หายคิดถึง (และน้ำตาหยดสามหรือสี่หยด)แหม คนที่ชอบอะไรมากๆ แล้วอดอยากไม่ได้กินอย่างที่เคยกิน พอส่งคำแรกเข้าปาก อาจมีการน้ำตาไหลเพราะความคิดถึงคะนึงหา

เครื่องเคียงข้างของน้ำพริกน้ำปู๋ อันดับแรกเลยคือหน่อไม้ต้ม รองอันดับสองคือผักลวกอื่นๆ เช่นหน่อข่า ดอกดาหลา แคบหมู แคบไข หนังปอง และละเมื่อได้ตั้งวงล้อมรอบขันโตกกันแล้ว ทีนี้ล่ะ.. เอาอะไรมาฉุดก็ไม่ยอมลุก:P

ราคาน้ำปู๋ออนไลน์ของเราอยู่ที่กระปุกละ 50 บาท ค่ะ และขอขายทีละ 5 กระปุกนะคะ และจะจัดส่งทางพัสดุธรรมดา (เพราะของไม่เสีย) แต่รบกวนช่วยสอบถามมาก่อนนะคะ เพราะบางทีน้ำปู๋ก็ขาดตลาดค่ะ

Monday, 1 June 2009

หนังปอง


หนังปองเป็นชื่ออาหารแห้งอย่างหนึ่ง กินเล่นกินจริงได้ทั้งนั้นค่ะ หน้าตาของหนังปองละม้ายคล้ายคลึง เรียกว่าเป็นพี่เป็นน้องกับแคบหมูก็ว่าได้ เพียงแต่หนังปองจะตัวตรงและตัวโตกว่า แต่หากพูดกันถึงรสชาติ ในความเห็นของดิฉันเอง คิดว่ารสชาติระหว่างหนังปองกับแคบหมูนั้นเป็นรสชาติคนละแนวกันนะคะ คือรสชาติหนังปองเขาจะเคร่งขรึมดูเป็นผู้หลักผู้ใหญ่กว่า ส่วนแคบหมูรสชาติลำลองยังไงก็ไม่รู้ (ซะงั้น)

หนังปองทำจากหนังควาย (ในขณะที่แคบหมูนั้นตามชื่อเลยคือทำมาจากหนังหมูนั่นแล) มีกรรมวิธีทำไม่ยาก แต่ก็ใช่ว่าจะง่ายนะ เอ้าจะงงกันทั้งคนเขียนและคนอ่านไหมละเนี่ยะ 555

ควายสมัยนี้ลดน้อยลงแล้วนะนี่ มีเรื่องเล่าเรื่องเนื้อวัวกับเนื้อควาย (นอกเรื่องสักนิด) เนื่องจากเคยไปซื้อเนื้อที่ตลาดมาต้มซุป ตอนซื้อก็ไม่ได้ดูป้ายว่าเป็นเนื้ออะไรกันแน่ หน้าตาก็คือเนื้อแน่ๆ ไม่ใช่หมู พอมาถึงบ้าน นึกชมเชยว่าเนื้อล้วนๆ สีแดงดี ไม่มีไขมันแทรกเลย แถมตอนหั่นก็นิ่มดี พอต้มเสร็จลองชิมก็อร่อยดี โอ้โห รสชาติเลิศเลอ

เวลาผ่านไปอยากต้มเนื้ออีก เลยไปซื้อเจ้าเดิม แต่มองเห็นป้ายตัวใหญ่แขวนเหนือแผงขายเนื้อว่า เนื้อควาย อืม นั่นสิ รสชาติแปลกๆไป เหอ เหอ.. แต่คิดว่าอร่อยกว่าเนื้อวัวนะ ควายก็ควาย ควายอร่อยก็จะกินควาย เลยซื้อมาต้มอีก และตั้งแต่นั้นก็เลิกแยแสเนื้อวัวกันเลยทีเดียวเจียว

กลับมาที่หนังปองของเราอีกที หนังปองกรอบๆ รับประทานกับขนมจีนน้ำเงี้ยว หรือตำบะหนุน ตำบะเขือ หรือน้ำพริกต่างๆ เป็นอาหารที่ไม่รู้คิดเอาเองหรือเปล่านะคะ เพราะฉันสังเกตุว่าผู้ชายจะนิยมกินหนังปองกันมากกว่าผู้หญิง คือผู้หญิงจะชอบแคบหมูกันมากกว่าน่ะ และหนังปองของเราไม่มีแพร่หลายออกนอกพื้นที่ภาคเหนือกันนัก คนจึงรู้จักกันแต่แคบหมู เอะอะอะไรก็แคบหมูไว้ก่อน

ฉันเลยเอาหนังปองมานำเสนอให้รู้จักกันค่ะ เพราะหนังปองเป็นสิ่งที่อยู่คู่กับตูบกาดมาแต่โบราณ เรียกได้ว่าตูบกาดไหนไม่มีหนังปอง แปลว่าเป็นตูบกาดของปลอม (ว่าไปนู่น)

กินหนังปองเดี่ยวๆ แล้วอาจฝืดคอสักหน่อย ขอเตือนว่าอย่ากินเล่นในขณะที่ไม่มีน้ำเป็นอันขาด คนทางเหนือนิยมกินกับขนมจีนน้ำเงี้ยว และอาหารพวกตำ พวกยำ กินกับก๋วยเตี๋ยวเรือ ก๋วยเตี๋ยวต้มยำ หรือกินแกล้มเหล้าแกล้มเบียร์ก็เข้าท่า ฉันชอบกินกับน้ำพริกเผา ซึ่งเพื่อนๆ มักชอบว่าแปลกดี เหมือนมีอะไรๆ ก็เอามาจิ้มกับน้ำพริกเผาได้ทั้งสิ้น ไม่ว่าจะเป็นข้าวแต๋นน้ำแตงโม ข้าวตัง ข้าวเกรียบ ฯลฯ

มาดูเรื่องเป็นเรื่องของหนังปองกันดีกว่าค่ะ แต่ต้องคลิกที่ลิ้งก์นี้

และหากใครอยากลองลิ้มชิมรสหนังปอง พี่สาวคนสวย(ตัวโต ตรง และแข็งแรงไร้ไขมัน)ของแคบหมู ก็สามารถสั่งได้ เราวิ่งไปซื้อจากตลาดมาขายกันเป็นพวง 1 พวงมีห้าถุง ราคา 50 บาท แต่เราขายกันทีละ 2 พวงก็แล้วกันนะคะ (100 บาท) และขออนุญาตส่งแบบธรรมดานะคะ (ไม่คิดค่าส่งเพิ่มค่ะ) เพราะของไม่เสียไม่บูด จึงไม่ต้องรีบก็ได้(นี่นา)

แต่หากต้องการแบบเร่งด่วน ก็ขอให้สั่ง 10 พวงขึ้นไป เรายินดีจะจัดส่ง EMS ให้จ้า

Sunday, 3 May 2009

ไส้อั่ว


ไส้อั่วเป็นอาหารคาวและเป็นอาหารทอดหรือย่างที่ขึ้นชื่อของทางเหนือค่ะ รสชาติของแต่ละท้องถิ่นคงแตกต่างกันไปบ้าง

นึกถึงไส้อั่ว คงนึกถึงไส้กรอก แต่เป็นไส้กรอกแบบชาวเหนือ หรือไส้กรอกคนเมืองนั่นเอง เดี๋ยวนี้ร้านขายไส้อั่วหลายร้านขึ้นป้ายว่า ไส้อั่วสมุนไพร เพื่อสร้างจุดน่าสนใจให้โดดเด่นโดนใจตามกระแสนิยมรับประทานอาหารเพื่อสุขภาพ แต่ความจริงแล้วไส้อั่วทุกเจ้าล้วนแต่เป็นไส้อั่วสมุนไพรทั้งนั้น เพราะยัดไส้ด้วยหมูบดผสมด้วยเครื่องเทศทั้งพริกตะไคร้ข่ากระเทียมฯลฯ

คำว่าอั่วแปลว่าอะไร คำถามนี้ดูเหมือนยอดนิยมสำหรับคนช่างถาม เมื่อมาเตร็ดเตร่อยู่แถวตลาดในเมืองเหนือ ซึ่งทุกตลาดไม่ว่าจะเป็นตลาดขนาดเล็กหรือขนาดใหญ่ จะขาดไส้อั่วไม่ได้ เพราะเป็นอาหารยอดนิยมแถวหน้า ทั้งนิยมซื้อหาไปรับประทานได้ทันใดอย่างง่ายๆ กับข้าวเหนียวร้อนๆ ก็อิ่มอร่อยอย่างง่ายดายไปหนึ่งมื้อ ทั้งนิยมซื้อไปทำบุญถวายพระ ซื้อหิ้วไปเป็นของฝากญาติผู้ใหญ่ หรือแม้นกระทั่งซื้อไปรับประทานเป็นกับแกล้มของทานเล่น เคยคิดเล่นๆ ว่าหมูแพงขึ้นทุกวี่ทุกวัน หากวันหนึ่งอยู่ดีๆ ไส้อั่วขาดตลาดขึ้นมาจะเป็นอย่างไร เพราะของเคยกินกันเป็นประจำ

ไส้อั่วแถวบ้านฉันเจ้าหนึ่งอร่อยโดดเด่น เรียกว่าในตลาดมีแม่ค้าขายไส้อั่วหลายเจ้า ทอดในตลาดขายกันในตลาดเหมือนอย่างที่เห็นในตลาดทั่วไปนั่นเอง แต่ทุกวัน ไส้อั่วเจ้านี้จะหมดก่อนทั้งๆ ที่ทำมากกว่าเพื่อน ขายกันชนิดหยิบไม่ทัน แถมหากต้องการซื้อเยอะเช่นซื้อทีสองสามโล ต้องมีการสั่งล่วงหน้า อยู่ดีๆ เดินไปซื้อห้าโล แม่ค้าจะขอผลัดผ่อน ให้เอาไปแค่โลเดียวก่อนไหม เพราะ "เอ็นดูคนข้างหลัง" แปลว่าสงสารคนข้างหลัง ลูกค้าย่อยๆ ที่เคยมาซื้อกันประจำคนละสิบบาทยี่สิบบาท เดี๋ยวมาแล้วจะผิดหวังกลับไป ถ้าสั่งล่วงหน้าได้ก็จะดี จะได้ทำเพิ่ม นับว่าเป็นการค้าการขายซื่อๆ แบบชาวบ้านๆ น่ารักดี


สำหรับที่บ้านฉันแล้ว ไส้อั่วไม่ได้เป็นอาหารกินกับข้าวเหนียวอย่างเดียวนะคะ บางมื้อใช้ไส้อั่วมาผัดผักแทนหมูสับธรรมดาก็เข้าท่าไม่เบา ตอนอยู่ภาคใต้ ได้ใส้อั่วมาเมื่อไหร่ต้องเอามาผัดกับสะตอ และต้้งชื่อเมนูนี้ว่าสิงห์เหนือเสือใต้ เวลารับประทานก็รู้สึกสนุกคึกคักดี นอกจากนี้ยังเคยรับประทานข้าวผัดไส้อั่วจากร้านอาหารแห่งหนึ่งพบว่า็อร่อยดีเหมือนกัน แต่แอบๆ คิดเข้าข้างตัวเองอยู่นิดๆ ว่าถ้าผัดเองคงจะอร่อยกว่า555

ปล.เดี๋ยวนี้รสชาติไส้อั่วเจ้านั้นเปลี่ยนไป เพราะอะไรก็ไม่รู้ เลยได้แต่มานั่งคิดถึงกันและหาเจ้าใหม่กินอยู่นี่แหละ ..หงอยใจ..

นวดปู่คาด

นวดปู่คาด
10 ตลับ 200 บาท(ค่าส่งธรรมดา 20 ems 50 บาท)

ถั่วเน่าแค่บ

ถั่วเน่าแค่บ
20 แผ่น 60 บาท(ส่งฟรี)

น้ำปู๋

น้ำปู๋
5 กระปุก 250 บาท(ค่าส่งฟรี)

หนังปอง

หนังปอง
10 ถุง 100 บาท(ค่าส่งฟรี)
 

"ตูบกาด"..ร้านของชำบ้านนอก Copyright © 2008 Green Scrapbook Diary Designed by SimplyWP | Made free by Scrapbooking Software | Bloggerized by Ipiet Notez Blogger Templates